''ผมคาดไว้แล้วว่ามันจะยาก เพราะเหตุไรน่ะหรือ ? เนื่องจากว่าประวัติศาสตร์ของชมรมนี้'' โชเซ่ มูรินโญ่ ให้สัมภาษณ์ถึงการเข้ามาเป็นผู้จัดการกลุ่มแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ได้ครึ่งปี
ผลงานปัจจุบันคือพลาด พลาดที่ไม่สามารถที่จะเอาชนะลิเวอร์พูลได้ แม้ 1 แต้มจะไม่น่าเกลียด แม้กระนั้นควรจะทำได้ดีกว่านี้ โดยดูจากกลุ่มกำลังพอดีและทำผลงานก้าวหน้า
ตอนเปิดตัวเมื่อเดือนกรกฎาคม พวกเราเกือบจะไม่เห็นมูรินโญ่ยิ้มแบบสดชื่นเลย เนื่องจากว่าเขาคงใส่ใจดีว่าการมารับงานที่ชมรมนี้ไม่ใช่เรื่องสนุก ที่จะทำกันเล่นๆหรือสัญญาทึ่มๆว่ามาปีแรกจะได้แชมป์นู่นแชมป์นี้
"ผมถามตัวเองว่า : เพราะเหตุไร ในปีหลังๆสิ่งต่างๆไม่ได้งามอย่างเดิมเป็นมา"
"หนึ่งในคำตอบที่แจ้งชัดคือ บอลเปลี่ยนไปมากมาย และการแข่งขันไม่ได้เสมือนเมื่อ 10-20 ปีกลาย มันยากขึ้นที่จะเอาชนะ ยากที่จะเป็นครองความโหฬารอยู่กลุ่มเดียว ผมรู้กันดี ผมทราบดีว่างานผมจะยาก"
"หากคุณคิดออกหนแรกที่ผมให้สัมภาษณ์ ผมไม่ได้ผยองเลย ผมทราบดีว่าคำพูดผมมันเป็นการเสี่ยงเมื่อผมบอกว่า : "ผมต้องการให้ยูไนเต็ดเป็นแชมป์ในขณะนี้" แม้กระนั้นผมรู้สึกว่า ถึงในขณะนี้ก็ยังรู้สึกก็คือ ไม่ว่าสถานภาพของแมนฯ ยูไนเต็ดจะเป็นอย่างไร คุณก็จำเป็นต้องบอกอย่างนั้น แม้กระนั้นผมทราบดีว่ามันยาก"
"ผมทราบดีว่าท็อตแน่มทำอะไรบ้างตลอด 2 ปีหลัง ผมทราบดีว่ามีอะไรเกิดขึ้นบ้างที่ชมรมอื่นๆแม้กระนั้นผมก็ยังต้องการเปิดให้สัมภาษณ์แบบนั้น เนื่องจากว่าผมคิดว่ามันถูกต้อง"
นี่คือการพูดของคนที่ใส่ใจรู้ มีสติสัมปชัญญะครบบริบรูณ์ มูรินโญ่ไม่ได้ผยองอย่างตอนเปิดตัวกับเชลซีเมื่อปี 2004
เขารู้ดีว่าการมาคุมแมนฯ ยูไนเต็ด มีเป้าหมายอย่างเดียวคือจำเป็นต้องได้แชมป์ ไม่ว่ากลุ่มณ ตอนนั้นจะเป็นอย่างไรก็แล้วแต่ และเขาทราบดีว่ามันยาก
"ผมเลือกงานที่ผมอยาก ผมเลือกอยู่กับชมรมที่ผมต้องการไปอยู่ด้วย ผมทุ่มเททุกๆสิ่งทุกๆอย่างที่ผมมี ผมไม่สามารถที่จะให้อะไรได้มากยิ่งกว่านี้แล้วในทางของ เวลา, ความต้องการ และความขมักเขม้น ผมแฮปปี้กับตัวเอง"
"หากผมวิเคราะห์ตัวเอง ผมมีตอนบรรลุเป้าหมาย ที่ผมได้แชมป์เยอะมาก แม้กระนั้นผมไม่ได้มีความสุขเต็มที่กับสิ่งที่ผมเคยทำขณะนั้น ผมรู้สึกว่าผมสามารถทุ่มเทมากยิ่งกว่านั้น และทำอะไรให้ดีกว่านั้นได้ แม้กระนั้นในเวลานี้ ผมมความสบายกับสิ่งที่ผมทำ ซึ่งผมทราบดีว่าผมกำลังไล่ล่าความสบายอย่างยิ่งยวดในบอลอยู่ นั่นคือพากลุ่มชนะและได้แชมป์"
หมายความว่า ทั้งตอนอยู่ปอร์โต้, อินเตอร์ มิลาน, เรอัล มาดริด และเชลซี 2 รอบ ที่เขานำกลุ่มได้แชมป์มาตลอด แม้กระนั้นเขากลับทราบดีว่าตัวเองยังไม่อิ่ม
รู้สึกว่าตัวเองยังไม่เต็มที่กับการคุมกลุ่ม แม้กระนั้นในขณะนี้เขากลับบอกว่า เขากำลังมีความสุขที่สุด ทั้งที่เหตุการณ์และจังหวะการครองแชมป์ของภูติผีปีศาจแดง ณ เวลานี้ ไกลห่างจากการประสบความสำเร็จ … เพราะเหตุไรถึงอยากได้งานนี้ ? อะไรคือความจำแรกของเขากับแมนฯ ยูไนเต็ด ? โชเซ่ มูรินโญ่ มีคำตอบ
"บิดาผมถ่ายทอดความคลั่งไคล้ในเกมลูกหนังให้ผม ชีวิตของท่านทั้งการเป็นนักฟุตบอล การเยินยอที่ท่านมีให้แก่พวกชมรมใหญ่ๆนักฟุตบอลเก่งๆ"
"ผมคิดออกไหมตอนเป็นเด็กที่เบนฟิก้าพบแมนฯ ยูไนเต็ด ในเกมนัดชิงยูโรเปี้ยน คัพ ? ไม่หรอก ผมจำไม่ได้ แม้กระนั้นผมรู้ทุกๆสิ่งทุกๆอย่างเกี่ยวกับนัดชิงนัดนี้ เนื่องจากว่ามันเป็นในรุ่นของบิดาผม"

"ในฐานะผู้ช่วยผู้จัดการกลุ่ม ผมจำเป็นต้องเจอกับแมนฯ ยูไนเต็ดโดยทันทีเลย ผมนั่งอยู่ข้างสนามด้วยในเกมที่เสมอ 3-3 (พบบาร์ซ่า ปี 1998/99)"
"หนแรกที่ผมได้เข้าร่วมยูฟ่า แชมเปี้ยนส ลีก ในฐานะผู้จัดการกลุ่ม ผมก็พบแมนฯ ยูไนเต็ด อีกรอบ (คุมปอร์โต้ปี 2004) และหนแรกที่ผมมายังพรีเมียร์ลีก เกมแรกของผมก็เจอกับแมนฯ ยูไนเต็ดอีก (เชลซีชนะ 1-0)"
"ผมมีความจำเกี่ยวกับแมนฯ ยูไนเต็ดเยอะมากในอาชีพของผมและผมรู้กันดีถึงประวัติศาสตร์ของพวกท่าน ผมไม่ได้เรียนอะไรเลยตอนมาร่วมกลุ่มแมนฯ ยูไนเต็ด ผมเคยเรียนเรื่องของชมรมต่างๆที่ผมเข้าไปคุม แม้กระนั้นกับที่นี่ ผมไม่จำเป็นต้องทำยังงั้นเลย"
"ผมรู้เกี่ยวกับแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดมากไม่น้อยเลยทีเดียว แม้กระทั้งจนกระทั่งก่อนที่ผมจะฝันว่าได้มาร่วมงานกับพวกท่านเสียอีก"
ชาบี เอร์นานเดซ ในวัย 18 ปี เปิดฉากกลุ่มชุดใหญ่ให้บาร์ซ่า เป็นครั้งแรกในเกม ชปล. ที่โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด สมัยที่ หฝ่าส์ ฟาน กาล เป็นกุนซือ และข้างสนามวันนั้นมูรินโญ่ก็นั่งเป็นมือขวาของ "จารย์หฝ่าส์" อยู่ด้วยนั่นเอง
ชาบีบอกว่าเขาตื่นเต้นกับบรรยากาศในสนามที่นี้ ในฐานะดาวรุ่งที่ไม่เคยสัมผัสเกมชุดใหญ่ ในตอนที่โดน ฟาน กาล สั่งให้ไปวิ่งวอร์มจัดแจงสลับตัวลง
เมื่อ เดวิด เบ็คแฮม ปั่นฟรีคิกให้เจ้าถิ่น ชาบีได้ยินเสียง "คนอังกฤษกว่า 50,000 คนตะเบ็งใส่หูผม" และเขาบอกว่า โอลด์ แทร็ฟฟอร์ดยังเป็นชมรมที่เขารู้สึกชื่นชอบที่สุดในยุโรปสำหรับมูรินโญ่เอง สนามที่นี้ก็เคยเป็นความจำไม่มีทางลืมด้วยเหมือนกัน
"คุณคงหวังว่าผมจะตอบอันอื่น แม้กระนั้นความจำที่แจ้งชัดของผมกับโอลด์ แทร็ฟฟอร์ด คือในช่วงเวลาที่ปอร์โต้ยิงประตูในนาทีที่ 88 จากนั้นอีก 5 นาทีถัดมาเป็นนรก!!"
"ตามเดิมแล้วหากพวกเรายิงประตูในนาที 88 คู่ต่อสู้ของพวกเราก็ตายไปแล้ว สนามก็ตายไปด้วย"
"แทนที่จะเป็นอย่างนั้น พวกเรากลับมี 5 นาทีนายทวารพวกเราจำเป็นต้องงัดซูเปอร์เซฟ, บอลชนเสาเด้งไปมา แบ็กซ้ายของผมจำเป็นต้องไปยืนคุมเสา พวกเราคิดว่ามันคงจบไปแล้ว แม้กระนั้นพวกเขา (แฟนบอลแมนฯ ยูไนเต็ด) คิดว่ามันยังเป็นไปได่สำหรับแมนฯ ยูไนเต็ด ที่จะเป็นข้างชนะ ผมจำเสียงดังเวลานี้ก้าวหน้า"
"ผมคิดว่าเกมมันจบสุดแท้แต่โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด ไม่ยอมให้เกมจบลง มันเป็นนรกของพวกเราเลย นรก!!!"
เหตุการณ์ในขณะนี้คือ โชเซ่ มูรินโญ่ ไม่ใช่คนของบาร์ซ่า, อินเตอร์ มิลาน หรือปอร์โต้แล้ว แม้กระนั้นเขาเป็นกุนซือของแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด
จากที่เคยมาเยี่ยมสนามที่นี้ในฐานะกุนซือคู่ต่อสู้ โอกาสนี้เขาเดินลงไปในสนามพร้อมสูทเบลเซอร์สีดำที่มีตราชมรมแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ปะที่อก
"ภูมิใจ ผมมีความภาคภูมิมากมายที่ได้เป็นผู้จัดการกลุ่มแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ผมโชคดีพอที่ได้คุมกลุ่มใหญ่ๆ"
"เรอัล มาดริดก็ใหญ่, อินเตอร์ มิลานก็ใหญ่ มีประวัติศาสตร์เยอะมาก มีกุนซือยิ่งใหญ่อยู่ก่อนหน้าผม ผมไม่เขินอายเลย ไม่สักนิด ผมแค่คิดว่า "นี่มันเหมาะกับฉันอยู่แล้ว" ผมมั่นอกมั่นใจ และนิ่งมากมาย ผมพร้อมสำหรับความรับผิดชอบแม้กระนั้นผมก็ภูมิใจมากมายด้วยเหมือนกัน"
"ในฐานะคู่ต่อสู้ เมื่อคุณมาที่โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด คุณรู้สึกว่าเสมอ "พวกนายอยู่บนยอดสุดของโลกบอล" คุณดูไปทั่วสนามแล้วรำพึงว่า "ว้าววว" แม้กระนั้นผมก็เคยรู้สึกว่ามันเหมาะกับผมด้วยเหมือนกัน"
"ผมรู้สึกภูมิใจมากมายทุกนัดที่ได้คุมแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ผมรู้สึกอย่างนั้น และหวังว่าจะรู้สึกอย่างนั้นไปจนถึงตอนกลางคืนท้ายที่สุดของผม มันควรเป็นอย่างนั้น ผมเกลียดชังเลยกำหนดผู้เล่นอยู่ที่นี่ 2-3-4-5 ปี แล้วความรู้สึกกับชมรมลดลง"
การได้มาคุมกลุ่มแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดนั้น มูรินโญ่บอกว่าเขารู้กันดีถึงประวัติศาสตร์ชมรมหนึ่งในนั้นคือเรื่องราวของการเปิดโอกาสเด็กจากกลุ่มเยาวชน ซึ่งเป็นมาตลอด 80 ปี แมนฯ ยูไนเต็ดเปิดโอกาสดาวรุ่งเสมอ

"ใช่ผมรู้ ดาวรุ่งนักฟุตบอลที่ทำให้ผมตื่นเต้นนะหรือ ? มีสิ แม้กระนั้นมีคนที่พร้อม (สำหรับกลุ่มชุดใหญ่) หรือยัง ? ยังไม่มี"
"ฤดูที่แล้ว ผู้คนจำนวนไม่ใช้น้อยคอยโอกาส ผู้คนจำนวนไม่ใช้น้อยมีพรสวรรค์ แรชเฟิร์ด เป็นตัวที่เด่นสุด มันมีช่วงเวลาหนึ่งที่พวกเขาจำเป็นต้องลงเล่น ทำให้พวกเขาไม่มีแรงกดดัน ไม่มีนักฟุตบอลชุดใหญ่ที่นั่งรออยู่ข้างสนามเพื่อรอคอยให้พวกเขาทำพลาด" (สมัยของ ฟาน กาล)
"ทางเลือกก็มีแค่ แรชเฟิร์ด หรือ แรชเฟิร์ด กับ เมนซาห์ กับ เมนซาห์ เป็นไปไม่ได้เลือกอื่น เนื่องจากว่ามีนักฟุตบอลเจ็บมากไม่น้อยเลยทีเดียว"
"เหตุการณ์ต่างไปในฤดูนี้ นักฟุตบอลเจ็บน้อยมาก ความหวังในตัวนักฟุตบอลก็สูงขึ้น"
"หากคุณไปไล่ดูในประวัติความเป็นมาดาวรุ่งของชมรม คุณจะพบ บางคนที่เป็นตำนานอย่าง ไรอัน กิ๊กส์ เขามีปีที่ 2 ที่ไม่ได้ดีเท่าปีแรกนะ แม้กระนั้นจากนั้นปีที่ 3 ค่อยกระโดดมาอยู่ในระดับที่เป็นกิ๊กส์ที่พวกเรารู้จัก"
"มันเป็นเรื่องธรรมดาสำหรับดาวรุ่งส่วนมาก พวกเขาขึ้นมาหนแรก ไม่ทราบสึกบีบคั้น ไม่ทราบสึกถึงความรับผิดชอบ คู่ต่อสู้ก็ไม่เคยรู้ เลยโดนทำร้ายแบบไม่ตั้งตัว แม้กระนั้นพวกเราก็ฝึกกับพวกดาวรุ่งมาเสมอนะ บางเวลาบอล มันขึ้นอยู่กับจังหวะ แน่ๆ ทุกคนที่นี่รู้กันดีถึงแนวทางของชมรมนี้ที่เปิดโอกาสดาวรุ่ง"
ดูท่ามูรินโญ่กำลังทำงานอย่างมีความสุขที่สุดในอาชีพการเป็นกุนซือในขณะนั้น
เขาบอกว่า เขาไม่ต้องการโดนแบนอีก เลยมักมองเห็นเขาจำเป็นต้องนั่งข้างสนามหลายครั้งเวลาไปเล่นเกมเยี่ยม เขาเพียรพยายามอดกลั้น เพียรพยายามนิ่งเข้าไว้
เขารู้สึกมีความสุขกับแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด แฟนผีเริ่มเบื่อกับการเปลี่ยนกุนซือบ่อยเกินไปแล้วในพักหลัง ซึ่งเขารับรองว่าเขาพร้อมจะอยู่กับกลุ่มไปยาวๆ
"ผมมีข้อตกลง 3 ปี ผมไม่สามารถที่จะขอมากยิ่งกว่านั้นได้เดี๋ยวนี้ แม้กระนั้นหากผมบรรลุเป้าหมายเดี๋ยวนี้ผมคงขอข้อตกลงเพิ่มจาก เอ็ด วูดเวิร์ด ไปแล้วเนื่องจากว่าผมต้องการอยู่"
"ผมต้องการอยู่ที่นี่ มันเป็นชมรมที่ผมสามารถสร้างความสำเร็จใหญ่ๆได้ เป็นที่ที่ผมอยากเวลาสักหน่อย ผมคิดว่า 3 ปีก็พอเพียงแล้ว (ในการทำกลุ่มกลับมาบรรลุเป้าหมาย)"
"ผมไม่ได้ขอมากยิ่งกว่านี้ แม้กระนั้นผมต้องการอยู่ไปนานๆแมนฯ ยูไนเต็ดจะเขี่ยผมทิ้งเมื่อพวกเขาอยาก ไม่ใช่ในช่วงเวลาที่ผมอยาก เนื่องจากว่าผมไม่ต้องการจากไปเลย"